ReadyPlanet.com
dot dot


หน้าแรก
เกี่ยวกับเอเซี่ยนไลน์
โปรโมชั่น
สมัครสมาชิก
บทความสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์
Testimonial
ติดต่อเรา
เว็บบอร์ด
บทความสุขภาพ
ธุรกิจออนไลน์
มาร่วมธุรกิจกับเราสิค่ะ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ
ชำระค่าสินค้า
เพรียวสวย กระชับสัดส่วน
หน้าแรก
เกี่ยวกับเอเซี่ยนไลน์
โปรโมชั่น
สมัครสมาชิก
บทความสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์
Testimonial
ติดต่อเรา
เว็บบอร์ด
บทความสุขภาพ
ธุรกิจออนไลน์
มาร่วมธุรกิจกับเราสิค่ะ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ
ชำระค่าสินค้า
เพรียวสวย กระชับสัดส่วน


มะเร็งกับธรรมชาติบำบัด

วงการแพทย์แผนปัจจุบันหรือแผนตะวันตก (WESTERN MEDICINE) เริ่มยอมรับอย่างกว้างขวางขึ้นแล้วว่าวิธีการรักษามะเร็งของฝ่ายตน ไม่สามารถเอาชนะโรคมะเร็งได้ทุกชนิด จากเดิมที่เคยตั้งข้อรังเกียจวิธีรักษาอื่นๆ ทั้งแบบกลางบ้าน ภูมิปัญญาโบราณ ธรรมชาติบำบัด ก็กลับเปิดใจกว้างยอมรับฟังแนวทางรักษา และมีแนวโน้มว่าจะสามารถนำมาผสมผสานให้เกิดการรักษาร่วมกันได้ อย่างในเดือนมิถุนายนปีนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมประขุมกันที่กรุงวอชิงตันในสหรัฐอเมริกา เรียกว่า "การบำบัดมะเร็งประจำปีครั้งที่ 2 การใช้เวชศาสตร์ทางเลือกร่วมกับเวชศาสตร์เสริมในการรักษา" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาบูรณาการทางวิธีรักษามะเร็งทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน อันเป็นที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย

ปีที่แล้วมีผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NCI) และสมาคมปราบมะเร็งอเมริกาไปร่วมงานประขุมหลายคน ปีนี้ NCI ใจป้ำถึงขนาดร่วมอุปถัมภ์การประชุมเลยทีเดียว มีรายงานว่าทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติกำลังศึกษาวิจัยประสิทธิภาพผลของชาเขียว ในการบำบัดรักษาโรคมะเร็งอยู่ ส่วนสมาคมปราบมะเร็งยังกล้าๆ กลัวๆ ยังไม่ยอมกระโดดเข้ามาเต็มตัว โดยขอให้ทุกฝ่ายมีความระมัดระวังในการใช้วิธีรักษา ที่ยังพิสูจน์ยืนยันไม่ได้แน่ชัดและขอให้ช่วยกันจัดหาข้อมูลการรักษาวิธีต่างๆ มานำเสนอ

ในระดับคลินิกและศูนย์มะเร็งต่างๆ ของโรงพยาบาลหลายแห่งของสหรัฐอเมริกา ยังถกเถียงกันอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย แต่ละฝ่ายก็เชื่อในวิธีการของตน บางคนกล่าวหาว่าการรักษา แบบเวชศาสตร์ทางเลือกเหมือนหมอตำแย ขณะที่ฝ่ายเวชศาสตร์ทางเลือกโจมตีเวชศาสตร์ตะวันตก ว่า เป็นแผนร้ายของวงการแพทย์ แผนปัจจุบันร่วมกับบริษัทยา ที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตน

คำตอบที่แท้จริงขึ้นอยู่กับว่าท่านผู้อ่านถามใคร ?

แน่นอนล่ะว่า วงการแพทย์แผนปัจจุบันใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ หมอมะเร็งส่วนใหญ่จึงไม่ยอมรับวิธีการนอกรูปแบบแต่ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดัน จากคนไข้ที่รุมเร้าขอลองวิธีแปลกๆ บ้าง

จะอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีประชาชนราวร้อยละ 40 ที่ใช้เวชศาสตร์ทางเลือก (ALTERNATIVE MEDICINE) ในการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บของตน ส่วนคนไข้มะเร็งก็มีตั้งแต่ร้อยละ 10-50 ที่ใช้วิธีการดังกล่าวอยู่หลายต่อหลายโรงพยาบาล จึงเปิดศูนย์เวชศาสตร์ทางเลือกไว้บริการท่ามกลางความไม่ค่อยสบอารมณ์ ของหมอมะเร็งแผนใหม่

มีรายงานตัวอย่างผู้หญิงวัย 48 ปี ชื่อ คารอล โลเปซ ซึ่งตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่รัฐฟลอริดา เมื่อ 3 ปีก่อนหน้านี้ เธอไปรับการถ่ายภาพเอกซเรย์ของเต้านมที่เรียกว่า "แมมโมแกรม" (MAMMOGRAM) และรังสีแพทย์สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง ศัลยแพทย์ใช้เข็มเจาะชิ้นเนื้อมาตรวจก็ยังยืนยันไม่ได้ว่า เป็นจริงหรือเปล่า แต่หมอมะเร็ง (ONCOLOGIST) ประจำตัวของเธอบอกว่าควรเริ่มการรักษาเสมือนว่า เป็นมะเร็งจะดีกว่า คุณโลเปซได้ยินเข้าก็แทบช็อก เพราะนั่นหมายความว่า เธอจะต้องถูกจับฉายแสงและให้เคมีบำบัดจะหัวโกร๋นเป็นแน่แท้ อย่ากระนั้นเลยขอปฏิเสธไว้ก่อน หมอคนนั้นกลับโกรธจัดแล้วแสดงอารมณ์กับเธอเพราะนานๆ ทีจึงจะมีคนไข้ซักถาม เหมือนไม่เชื่อในความสามารของท่าน

เธอจึงดอดไปที่เมโยคลินิกในมลรัฐมินเนโซตา ซึ่งศัลยแพทย์ตัดเฉพาะก้อนที่สงสัยว่า จะเป็นมะเร็งออกโดยยังเก็บเต้านมเอาไว้ หมอบอกว่าเป็นมะเร็งจริงๆ แต่เป็นชนิดที่ไม่ร้ายแรงนัก อย่างไรก็ตาม เธอควรจะได้รับการฉายแสง ซึ่งเธอปฏิเสธ ด้วยเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อหัวใจที่อยู่ใต้เต้านม แล้วหันไปรับประทานอาหารมังสวิรัตร่วมกับวิตามินที่ไปอ่านเจอมา แต่ยังใจดีสู้เสือแวะไปหาหมอมะเร็งเป็นระยะๆ เพื่อเจาะเลือดตรวจดูว่ามะเร็งกำเริบหรือยัง เวลาผ่านไป 18 เดือนหลังผ่าตัดครั้งแรก แม้ว่าผลเลือดจะยังปกติอยู่ แต่เธอคลำก้อนใหม่ได้ที่บริเวณแผลผ่าตัดเดิม หมอตัดชิ้นเนื้อดังกล่าวไปตรวจแล้วบอกว่า เป็นมะเร็งชนิดเดิมพร้อมทั้งเสนอให้ฉายแสง

ด้วยการมุ่งมั่นที่จะปฏิเสธการฉายแสง เธอจึงย้ายไปรักษาที่สถาบันวิจัย เบอร์ซินสกี้ (BURZYNSKI RESEARCH INSTITUTE) ที่เมืองฮุสตันในมลรัฐเท็กซัส เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีเบอร์ซินสกี้ โดยใช้ยาราคาแพงชื่อแอนตี้นีโอพลาสตอน (ANTINEOPLASTONS)

ความที่มัวเทียวไปเทียวมาเปลี่ยนหมอหลายแห่ง ทำให้เวลาผ่านไป 2 ปีเศษกว่า เธอจะได้รับการถ่ายภาพคอมพิวเตอร์เอกซเรย์เป็นครั้งแรกตามที่กำหนดไว้ในวิธีเบอร์ซินสกี้ว่า คนไข้ต้องถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลังการรักษาด้วยวิธีนี้ 6 เดือน ผลปรากฏว่า มะเร็งได้ลุกลามไปที่ตับของเธอแล้ว แต่เธอก็ยังเถียงตัวเองว่า มะเร็งที่ตับอาจมีมาก่อน ใช้ยาแอนตี้นีโอพลาสตอนก็ได้ อย่างไรก็ตามเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดช่องท้อง เพื่อให้ศัลยแพทย์ตัดตับส่วนที่มีมะเร็งออก หมดเงินส่วนตัวไป 120,000 เหรียญสหรัฐ เพราะบริษัทประกันสุขภาพปฏิเสธที่จะจ่ายต่ายาแอนตี้นีโอพลาสตอน เพราะเป็นเวชศาสตร์ทางเลือกที่ไม่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ

ขณะนี้เธอเทียวไปเทียวมาที่รัฐอิลลินอยส์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ทุกๆ เดือน เพื่อรับการรักษาแบบผสมผสานจากสถาบันแห่งใหม่ชื่อ INSTITUE FOR INTERATIVE CANCER CARE AND BLOCK MEDICAL CENTER ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์มะเร็งไม่กี่แห่ง ที่ยอมใช้วิธีผสมผสานระหว่างเคมีบำบัด แบบแผนปัจจุบันฉีดเข้าเส้นขนาดน้อยหน่อยทุกวัน เป็นเวลา 5 วันเพื่อลดอาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ สารอาหารและพืชผักไม้ใบหญ้า การบำบัดแบบจีนที่เรียกว่า การบริหารกายจี้กง, การนวด, การให้คำปรึกษา และคำแนะนำด้านโภชนาการ

เธอรู้สึกว่าร่างกายทั่วไปอยู่ในสภาพดี ภาพรังสีของกระดูกและคอมพิวเตอร์เอกซเรย์ ไม่ส่อเค้าของมะเร็งที่ใดๆ ในร่างกาย ก้อนที่เต้านมที่ยังอยู่ก็ไม่โตขึ้น

ท่านผู้อ่านที่สนใจอยากจะรักษาโรคด้วยวิธีการผสมผสานในเมืองไทยอาจจะต้องคอยถามไถ่ สดับตรับฟังเพราะเพราะ "ใกล้หมอ" เองก็ไม่รู้ว่าที่ศูนย์ไหนในบ้านเราที่รักษาตามใจคนไข้ แต่ขอเรียนว่าค่อยๆ แสวงหาไปเพราะส่วนใหญ่ไม่มีอะไรรีบด่วนอยู่แล้วเรื่องอย่างนี้

วิธีเผื่อเลือกที่มีบันทึกไว้มีอาทิ เช่น
  1. อาหารและโภชนาการบำบัด มีอาหารและสารอาหารบางชนิด ที่กำลังเป็นที่สนใจวิจัยและจัวตามองด้วยความตื่นเต้นว่าจะมีศักยภาพในการรักษามะเร็ง เพราะมะเร็งบางชนิดอย่างเช่นมะเร็งเต้านมในหญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว มะเร็งมดลูกและมะเร็งต่อมลุกหมาก อาจชะลอการเติบโตได้ถ้าเลือกบริโภคอาหารได้ถูกต้อง อาหารที่ว่านี้ก็ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย เช่น อาหารจากถั่วเหลือง, เห็ดชิตาเกะ
    งานวิจัยจากศูนย์มะเร็ง เมโมเรียล สโลน เค็ทเทอริ่ง ในกรุงนิวยอร์คบอกว่า วิตามิเอ ร่วมกับเคมีบำบัดสามารถทำให้คนไข้มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Promyelocytic หายชั่วคราวได้ในผู้ป่วย 70% ขณะเดียวกันการรับประทานวิตามินอี วันละ 200 หน่วย (INTERNATIONAL UNIT) จะชะลอการลุกลามของมะเร็งต่อมลูกหมาก และอาจรวมถึงมะเร็งเต้านมด้วย
    น้ำมันปลาซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 เห็ดชิตาเกะและไมตาเกะช่วยชะลอการเติบโต ของมะเร็งโดยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายนี่เป็นรายงานจากญี่ปุ่น
    หมอแผนทางเลือกหลายคนจึงคิดค้นอาหารพิเศษต่างๆ ไว้เป็นตำรับเฉพาะตัว เพื่อมุ่งต่อต้านการเกิดออกซิเดชัน อันก่อพิษต่อร่างกายและนำไปสู่การเป็นมะเร็ง บ้างก็ใช้วิตามิน เกลือแร่และน้ำย่อยจากตับอ่อน เรื่องอาหารจึงเปิดกว้างเพราะยังไม่มีข้อสรุปยืนยันตามหลักวิทยาศาสตร์ คงยังเป็นเรื่องของความสังเกตความเชื่อแล้วบอกต่อ อย่างข้าวกล้อง+น้ำแครอท และผักกาดสู้มะเร็งเต้านม ก็มีการลอง
     
  2. โรสแมรี่ เป็นพืชที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่าโรสมารินัส อ๊อฟฟิซซินาลีส Rosemarinus officinalis L. ในทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่นั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการศึกษาวิจัย โรสแมรี่โดยเฉพาะสารสกัดที่เราได้จากส่วนใบของ โรสแมรี่ (Rosemary Extract) โดยพบว่าสารเหล่านี้จะให้ผลในการกำจัดสารพิษชนิด ต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่มีผลในการทำลายเซลล์และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมะเร็ง และจากผลการศึกษาวิจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์ ที่ประกอบด้วยDr.Aruoma OI และ คณะฯจากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสาร ซีโนไบโอติค (Xenobiotic)ได้แสดงไว้อย่างชัดเจนว่าสารสกัด กรดคาร์โนซิคและคาร์นาโซล ให้ผลในการลดการทำลาย เยื่อหุ้มเซลล์และสารพันธุกรรม DNA จากความเป็นพิษของอนุมูลอิสระและยังให้ผลในการลดฤทธิ์การทำลายเซลล์ของอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ไลปิดเปอร์อ๊อกไซด์ (Lipidperoxide) เปอร์ร๊อก ซิลเรติคัล (PeroxylRadicals)และไฮดร๊อกซิลเรติคัล (Hydroxyl Radicals) ฯลฯ

    และจากผลการวิจัยของDr.Singletary K จากภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและสารอาหารสำหรับมนุษย์(DepartmentofFoodScienceand Human Nutrition) มหาวิทยาลัยแห่งอิลินอยด์ ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Cancer letter ปี 1996 ก็ได้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดคาร์นาโซล และ กรดเออร์โซลิค (Ursolic Acid) จาก โรสแมรี่มีส่วนที่สามารถให้ผลในการต้านภาวะมะเร็งหรือ ทูเมอร์ (Antitumerigenic Activity)ได้ในสัตว์ทดลองโดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและจากบทความทางวิชาการและการศึกษาของDr.al - Seriti MR. และคณะฯ มหาวิทยาศาสตร์การแพทย์เมืองตริโปลีประเทศลิเบียที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารIndian Journal Experimental Biology ปี 1999 ก็แสดงให้เห็นว่าสารสกัด กรดโรสมารินิค จากโรสแมรี่ ยังให้ผลในการป้องกันภาวะหอบหืด ภาวะการเกร็งของทางเดินอาหาร โรคแผลในกระเพาะอาหารภาวะการอักเสบ ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะต้อกระจก ภาวะมะเร็ง และภาวะที่ตัวอสุจิในเพศชายมีความบกพร่อง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผลต่างๆ ที่กล่าวถึงนี้พบว่า ป็นผลจากฤทธิ์ในการต้านความเป็นพิษจากอนุมูลอิสระ (Free Radicals) นั่นเอง ซึ่งสารสกัดจากโรสแมรี่ ที่ให้สารสำคัญที่ได้รับการศึกษาวิจัยทั้งในทางการแพทย์และโภชนาการแล้วว่าเป็นสารที่ให้ผลในการกำจัด สารพิษอนุมูลอิสระได้อย่างดี และมีความปลอดภัยเนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติจึงถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และกำลังได้รับความ นิยมอย่างสูง
     
  3. ชาเขียว งานวิจัยจาประเทศญี่ปุ่นตีพิมพ์ในวารสารการวิจัยโรคมะเร็ง รายงานว่าคนไข้มะเร็งเต้านม ซึ่งดื่มชาเขียววันละ 5 แก้วขึ้นไปจะมีการกำเริบของมะเร็ง น้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม ยิ่งถ้าเคยดื่มมาก่อนเป็นมะเร็งยิ่งได้เปรียบชาเขียว จะไปเสริมฤทธิ์ของเคมีบำบัด งานวิจัยที่สหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับชาเขียว จะออกไปใน 2 ปีข้างหน้า
     
  4. เมลาโตนิน (MELATONIIN) ฮอร์โมนธรรมชาติตัวนี้ หลายปีก่อนฮิตมากกว่าจะช่วยในการนอนหลับและมีผู้อ้างว่าเป็นยาอายุวัฒนะ เสร็จแล้วก็ฝ่อหายหน้าไป เดี๋ยวนี้กลับมาใหม่โดยมีผู้อ้างว่าช่วยยืดชีวิตของคนเป็นมะเร็ง ระยะสุดท้ายได้ งานวิจัยจากประเทศอิตาลีเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานว่าร้อยละ 40 ของคนไข้มะเร็ง ที่รับประทานเมลาโตนินวันละ 10 มิลลิกรัมจะมีขนาดมะเร็งคงที่หลังจากนั้น 3 เดือน นักวิจัยคาดว่าเมลาโตนินอาจช่วยเสริมฤทธิ์ของเคมีบำบัดได้
     
  5. วิธีบำบัดแบบเบอร์ซินสกี้ มีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อที่ว่า ร่างกายของคนปกติจะสร้างสารต้านมะเร็งชื่อแอนตี้นีโอพลาสตอน (ANTINESPLASTON) ซึ่งเป็นสารที่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ในห้องทดลอง อย่างไรก็ตาม การใช้สารแอนตี้นีโอพลาสตอน ยังอยู่ในระหว่างการวิจัย แต่ก็เป็นสารที่แพงเอาการ ปีหนึ่งๆ ต้องเสียเงิน ถึง 35,000-60,000 เหรียญสหรัฐ
     
  6. กระดูกอ่อนฉลาม มีหลักฐานว่ากระดูกอ่อนจากครีบฉลาม สามารถยับยั้งการเกิดเส้นเลือดในสัตว์ทดลองตามทฤษฎีจึงอาจใช้รักษามะเร็ง โดยทำให้มะเร็งอดอยากจนการขาดเลือดหล่อเลี้ยง งานวิจัยที่ใช้ลองรับประทานกระดูกอ่อนฉลาม ในคนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายเป็นเวลา 12 สัปดาห์ไม่เกิดผล แต่ก็มีผู้เถียงว่า ถ้าจะให้ได้ผลต้องรับประทานแต่ระยะแรกๆ ของมะเร็ง
     
  7. การใช้ความร้อนทำลายมะเร็ง (Hyperthermia) การทำให้ร่างกายร้อนขึ้นกว่าปกติจะช่วยทำลายมะเร็งได้นั้น เป็นความเชื่อที่ฮือฮามากเมื่อ 20 ปีก่อน ข้อควรระวังคือ ความร้อนอาจฆ่าเจ้าของร่าง ที่เป็นมะเร็งได้ด้วย นอกจากว่าจะควบคุมอุณหภูมิได้ตามที่กำหนด ขณะนี้จึงมีการวิจัยราว 10 งานภายใต้การอุปถัมภ์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
     
  8. ยาเลทรีล (LAETRILG) นี่ก็เป็นสารเคมีที่ปรากฏอยู่ ในผลไม้อปริคอท (APRICOT) ซึ่งเชื่อว่าทำลายมะเร็งได้ ในหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกา จะมีการห้ามจำหน่ายเพราะกลัวคนไข้ถูกหลอก แต่ก็ยังเป็นยาฮิตติดอันดับในหมู่คนไข้มะเร็ง ที่หมดทางรักษาแม้ว่าผลการทดลองบอกว่าไม่ได้เรื่องก็ไม่ฟัง

โดยสรุปแล้ว คนเราเวลาหมดหนทางแต่ไม่หมดสิ้นความหวังก็ย่อมดิ้นรนหาทางไปเรื่อยๆ ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่ ความเชื่อความศรัทธาและกำลังใจบ่อยครั้ง ก็เป็นปัจจัยต่อสู้โรคที่ทรงพลังอย่างประหลาด

ขอให้มีกำลังใจและอย่างสิ้นหวังครับ นพ.ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์ ข้อมูลจากหนังสือใกล้หมอ

Myhelth

รหัส : VGM012
Myhelth น้ำมังคุดสกัด 80%

น้ำมังคุดสกัด 80% (แพ็ค 6 ขวด) แต่มีปริมาณมาตรฐาน ของ Xanthone ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (GM-1)อร่อย สดชื่นสุขภาพสุดยอด ด้วย มายเฮลท์

ราคา: 1500.00 บาท
พิเศษ: 1200.00 บาท

การ์ซีเนีย แคปซูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

รหัส : VGM001
การ์ซีเนีย แคปซูล เสริมสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ด้วยสารสกัด GM-1 จากมังคุด สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมระดับ ภูมิคุ้มกันให้สมดุล หรือผู้ที่มีปัญหา ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาทิเช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ พาร์คินสัน ตับเสื่อม สะเก็ดเงิน เบาหวาน ไทรอยอักเสบ กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ SLE ฯลฯ

ราคา: 1,400.00 บาท
พิเศษ: 1100.00 บาท


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


บทความสุขภาพ

การนวดสลายเซลลูไลท์
วิธีการป้องกันตัวจาก ไข้หวัด 2009 แบบง่ายๆ
Operation BIM ปฏิบัติการเพื่อภูมิคุ้มกันที่สมดุล
ชิคุนกุนยา" คืออะไร
"สุดยอดปฏิบัติการลดริ้วรอย" ด้วย 7 Wonder มหัศจรรย์ผิวสวยใน 7 วัน"
มหกรรมการนวดสร้างสถิติลดรอบเอวได้มากที่สุดในโลก
Video มังคุด มหัศจรรย์ราชินีผลไม้ไทย ช่วยลดความเสี่ยงโรคด้วย MyHealth
วิธีการนวดสลายไขมันTrimOne Shape Firming Lotion
กินอยู่อย่างไรกับโรคเบาหวาน อย่างมีความสุข
ความเครียดก็ทำให้อ้วนได้
รู้จัก เบาหวาน . . .โรคที่คุณก็อาจเป็นได้
ความรู้ทั่วไปเรื่องเบาหวาน
10 health tips
โรคตับเสื่อม/ตับอักเสบ
โรคเอดส์
โรคพาร์กินสัน
สารสกัดจากมังคุดความภูมิใจ ในภูมิปัญญาไทย
สารจากมังคุด สรรพคุณสุดวิเศษ จริงหรือ ?
อาหารเพื่อสุขภาพกระเพาะอาหาร
ครีมลดไขมันในปัจจุบัน
โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid)
"ผลส้มแขก" ต้นตำรับของทริมวันสูตรสลิมเซฟ"
กระและฝ้าปัญหาอมตะของผู้หญิง
มังคุดรักษาสิว
5 วิธีบำบัดไมเกรนด้วยตัวเอง
โรคภูมิแพ้
โรคเก๊าท์



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

26/1 ซอยแสงชูโต  28  ต.ปากแพรก  อ.เมือง   กาญจนบุรี  71000
โทร. 0863156664  0853401586 email  eatroom_111@hotmail.com
เว็บไซต์ eatonline.joelookyoung จัดทำขึ้นโดย นางรัตติมา  โสมินทุ ตัวแทนจำหน่ายของบริษัทเอเชียนไลฟ์อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เว็บไซต์ของบริษัท
รหัส VB000013345

Checkpagerank.net
Share |